Posted by: kessasue on: 05/01/2010
“มีน้อยคนที่จะรู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อทำอะไร”
มีคนให้ประโยคนี้และพูดคุยเป็นแง่คิดกับเรา ในวันนึงที่เรารู้สึกตัวบางอย่าง แต่ความมั่นใจในสิ่งนั้นไม่เต็มร้อย
ก่อนที่เราจะมาถึงความคิดจุดนี้ เราสับสนในตัวเอง ฟุ้งซ่าน ขาดสติ ทำตัวหมดอาลัยตายอยาก ทำให้วันนึงหมดไปอย่างไร้ความหมาย
เราเชื่อว่าคนเราเกิดมาจะต้องมีอย่างน้อยซักหนึ่งอย่างที่เกิดมาพร้อมด้วยกันกับเรา บางคนเรียกว่า “พรสวรรค์” วาดรูป ร้อง เต้น เล่นดนตรี การพูดจา ฯลฯ หรืออาจจะไม่ถึงกับเป็นพรสวรรค์ เพียงแค่มีใจให้มัน 100% มีความอยากเมื่อไม่ได้ทำ มีความสุขเมื่อได้ทำ และมีความต้องการที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ เราเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “รักแท้” เราเทียบได้กับรักแท้ที่เหมือนมีต่อมนุษย์ด้วยกัน แต่นี่เป็นสิ่งที่ทำ เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน
บางคนรู้ตัวและเลือกได้เลยที่จะเดินทางไปตามเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง เราเรียกมันว่า “เส้นทางของตัวเอง”
บางคนรู้ตัวแต่ก็เลือกที่จะเดินเส้นทางอื่นที่ไม่ใช่เส้นทางของตัวเอง อาจจะมีเหตุผลอะไรก็ตามแต่
บางคนไม่รู้ตัวและก็ไม่คิดที่จะอยากรู้ เพียงแค่ทำแต่ละวันให้ดีที่สุด หรืออาจจะทำแต่ละวันไปตามโชคชะตา
บางคนไม่รู้ตัว แต่ก็มีความอยากที่จะรู้ว่าไหนคือเส้นทางของตัวเอง หรือเรียกสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่รักและอยากที่จะทำ และอาจอิจฉาคนที่รู้ตัวแล้ว
บางคนรู้ตัวแต่ไม่ได้สนใจว่ามันมีผลต่อชีวิตเกือบทั้งหมดของชีวิต จึงไม่ได้สนใจที่จะเดินไปในเส้นทางของตัวเอง อาจจะไม่ได้คิด ประมาท โง่ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปล่อยให้ตัวเองเดินไปในเส้นทางอื่น ปล่อยชีวิตให้เหมือนไหลไปตามกระแส
ถึงจุดนี้เรารู้ตัวเราเองว่าเป็นประเภทสุดท้าย ถึงแม้ว่าเส้นทางที่เดินมาอาจจะไม่ได้ทำให้ตัวเองทุกข์ใจเดือดร้อน แต่ในเมื่อมันไม่ใช่เส้นทางของเรา เมื่อเราเดินบ้างวิ่งบ้างไปเรื่อยๆ ในวันนึงมันก็รู้สึกอึดอัดและทุกข์ขึ้นมา โดยที่ก็ยังไม่รู้ตัวเองว่าเพราะอะไร ยิ่งเดิน ยิ่งเหมือนอยู่กับที่ บางทีก็สะดุด ล้ม จนมีคนหวังดีช่วยจับมือขึ้นช่วยผลักช่วยดันให้เดินไป แต่จนแล้วจนรอดมันก็เหมือนเดิม แถมยิ่งทุกข์กว่าเดิม จนถึงวันนึงความทุกข์จากการที่ถูกผลักดัน เกิดความกดดัน จนในที่สุดก็ตาสว่าง รู้แจ้งเห็นจริงว่า อ้าว ทางนี้มันตัน จะเดินไปได้ยังไง ผลักดันยังไงมันก็ไปต่อไม่ได้แล้ว ยิ่งผลักยิ่งติด ยิ่งจุก ทำไมมันถึงตันล่ะ ฟุ้งซ่านๆๆ คิดๆๆ นิ่งๆๆ……..
แล้ววันนึงก็ถึงบางอ้อ เพียงแค่เราปลดปล่อยหัวใจให้ไปตามที่มันต้องการ ทำให้เรารู้ตัวแจ่มแจ้งทันทีเหมือนมองเห็นภาพตัวเองจากมุมสูง เราอยู่ในเส้นทางที่มันตันแล้วนี่ เห็นมีคนผลัก มีคนดัน แต่เราติด ไปไม่ได้ เพราะนี่มันไม่ใช่เส้นทางของเรา แล้วเราจะทำยังไง เราอยากที่จะเปลี่ยนไปสู้เส้นทางของเรา ทางนั้นมันใช่และเหมาะกับเรา แล้วเราก็รู้วิธี นั่นก็แค่เรายอมปลดปล่อยหัวใจให้โบยบินไปต่อ แล้วมันก็จะค่อยๆ เข้าไปสู่เส้นทางของเราจริงๆ ถึงแม้ว่ามันอาจจะเหมือนเป็นการเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่เราไม่รู้เลยว่าจะเจออะไร มันจะลำบากไหม ไหลลื่นดีไหม สุดปลายทางอยู่ตรงไหน แล้วเราจะพอใจกับปลายทางนั้นไหม เราไม่รู้หรอก แต่เรารู้จากความรู้สึกว่าในขณะที่เรากำลังเดินในเส้นทางของเรานั้นเราจะมีความสุขในทุกๆ นาทีที่กำลังเดินทาง และการได้เจอเส้นทางเดินนี้ก็เหมือนกับการที่เราได้เจอรักแท้ หัวใจพองโตเมื่อนึกถึง มีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้ เมื่อได้ทำ เราได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้เมื่อเราได้ทำมันมาตั้งแต่จำความได้ แต่เราก็ละเลยมันไป ต้องขอบคุณคนที่ผลักในวันนี้ทำให้เรารู้ตัวว่ามันคือทางตัน
ได้ดูละครช่อง 3 มีเพื่อนพระเอกพูดกับพระเอก (ครูกุ๊ก) ว่า “ถ้าคิดที่จะรักแล้ว ก็ต้องพร้อมที่จะเสี่ยง” แล้วถ้าเป็นคุณ เมื่อเจอรักแท้แล้ว คุณจะยอมเสี่ยงที่จะเดินไปหามันไหม?